June 20, 2021

หนังออนไลน์ ดูหนังออนไลน์ HD ฟรี หนังใหม่ 2020 ชนโรง พากษ์ไทยซับไทย

ว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังมาสเตอร์ HD ดูหนังใหม่ล่าสุด หนังชนโรง ดูหนังฟรีเต็มเรื่อง หนังเก่า หนังดังน่าดู หนังไทย ฝรั่ง จีน เกาหลี พากไทย ซับไทย

profender monotube 2.0

profender monotube 2.0

profender monotube 2.0profender monotube 2.0 ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพทรุดโทรมก่อให้เกิดผลเสียยังไงได้บ้าง ?ตอนล่าง หรือโช๊คอัพ นับเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของรถยนต์สุดรักสุดหวง เพราะฉะนั้น หากช่วงล่าง หรือโช๊คอัพกำเนิดเสื่อมโทรมขึ้นมา โดยที่คุณไม่ทันตั้งตัว หรือเปล่ารู้มาก่อน โน่นอาจจะเป็นผลให้รถยนต์ของคุณไม่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์อีกต่อไป ซึ่งผลกระทบในด้านที่เสียหายที่ตามมาจากการที่ตอนล่าง หรือโช๊คอัพทรุดโทรม มีดังหลังจากนี้ไปตอนล่าง หรือโช๊คอัพชำรุดก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไรได้บ้าง ?ผลกระทบในด้านที่เสียหายที่มาจากการที่ตอนล่าง หรือโช๊คอัพเสื่อมโทรมผลข้างเคียงที่ตามมาจากการที่ตอนล่าง หรือโช๊คอัพย่ำแย่เป็นทำให้รถเสียการทรงตัว ควบคุมการขับได้ไม่ดี

เพราะว่าสปริงและก็ระบบรองรับน้ำหนักของรถยนต์จะเต้นจนกระทั่งลอยจากผิวถนน tein street advance z และถ้าหากว่าเกิดตอนที่กำลังขับขี่รถเข้าโค้งจะเสียสมดุลสำหรับเพื่อการทรงตัวของรถอีกทั้งคันเสียไปจนกระทั่งบางทีอาจเกิดอุบัติเหตุได้ผลกระทบในทางร้ายที่ตามมาจากการที่ตอนล่าง หรือโช๊คอัพเสียเป็นเมื่อรถยนต์ตกหลุม สปริงจะมีการยุบและยืดตัวอย่างเต็มเปี่ยมจนถึงสุดระยะยุบ สำเร็จให้มีการชนของชิ้นส่วนของรถยนต์ผลกระทบในทางร้ายที่ตามมาจากการที่ตอนล่าง หรือโช๊คอัพชำรุดหมายถึงยางสึกเปลี่ยนไปจากปกติ การเสียหายของโช๊คอัพจะส่งผลต่อการสึกของยางเพิ่มขึ้น โดยยางจะมีลักษณะการสึกเป็นหลุม ลึกเป็นช่วงๆยางรถยนต์จะสัมผัสกับถนนไม่เต็มหน้าผลกระทบที่ตามมาจากการที่ตอนล่าง หรือโช๊คอัพทรุดโทรม เป็น ระยะเบรกเพิ่มขึ้นการขับขี่รถยนต์ที่มีการพังของโช๊คอัพ 50% ส่งผลต่อระยะเบรกที่มากขึ้น 2.6 เมตร

ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุผลพวงที่ตามมาจากการที่ช่วงล่าง หรือโช๊คอัพเสีย เป็น ได้โอกาสกำเนิดอาการบินน้ำ (Hydroplane) ในขณะที่วิ่งบนถนนที่มีน้ำหรือในขณะฝนตกผลกระทบในทางร้ายที่ตามมาจากการที่ตอนล่าง หรือโช๊คอัพเสีย คือ มีโอกาสเสี่ยงต่ออุบัติเหตุในตอนกลางคืน การเสียหายของโช๊คอัพทำให้รถโคลงตัว ทำให้ไฟหน้าของรถยนต์ส่องไม่คงเดิม ทำให้ผู้ที่ขับรถสวนมา อาจตาฝ้ามัว รวมทั้งนำไปสู่อุบัติเหตุได้ผู้หนุนหลังที่สุดเบ้าโช๊คอัพเสียจะคืออะไร?เบ้าโช๊คอัพจะเป็นอะไหล่ชิ้นสุดท้ายที่ช่างซ่อมรถนึกถึงเสมอเบ้าโช๊คอัพ อะไหล่ที่หลายท่านไม่มีความเอาใจใส่ มีบทบาทเชื่อมต่อระหว่างสปริงโช๊คอัพแล้วหลังจากนั้นก็อะไหล่ช่วงล่างของรถยนต์อีกทั้งคัน

เมื่อช่วงล่างรถยนต์มีปัญหา ภายหลังจากเช็คเพลาขับ ลูกหมาก คานปีกนก และอะไหล่ชิ้นอื่นจนถึงแน่ใจว่าไม่มีปัญหาแล้ว ขั้นต่อไปที่ควรทำเป็นการเช็คตำแหน่งของสตรัแต่อยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่อาการที่เจอได้ประจำเมื่อเบ้าโช๊คอัพเสียจะเป็นเสียงดังกึกกักหรือเสียงบดโดยเฉพาะในความเร็วที่ต่ำๆการเปลี่ยนเกียร์ การขับรถยนต์ลงหลุมการขึ้นเนินหลังเต่าหรือการขับรถบนทางตะปุ่มตะป่ำ สามารถทำให้ได้ยินเสียงจากเบ้าโช๊คอัพที่มีปัญหาได้ทั้งนั้น โดยทั่วไปพวกเราควรแปลงโช๊คอัพรวมทั้งเบ้าโช๊คอัพเมื่อรถยนต์วิ่งเกิน 100,000 กม.ขึ้นไป เพื่อแน่ใจว่าตอนล่างรถยนต์จะไม่มีปัญหาอื่นเพิ่มเติมอีกตามมา บางกรณี เบ้าโช๊คอัพอาจจะซะก่อนเวลาได้ หากว่ารถยนต์จะมีไมล์น้อยก็ตาม ปัญหานี้ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุจากการที่การออกแบบส่วนประกอบเบ้าโช๊คอัพที่ไม่เหมาะสมกับภาวะพื้นถนนของแต่ละประเทศจากโรงงานตอนแรกรวมทั้งมีการเปลี่ยนวางแบบเบ้าโช๊คอัพใหม่ให้เหมาะสมกับภาวะถนนหนทางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งการปรับแก้นี้ยังทำได้ไม่ดีพอเพียง นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการเสียหายก่อนเวลาของเบ้าโช๊คอัพตามมาอีกปัจจัยหนึ่งที่พบได้ทั่วไปได้แก่การใช้ water jet ฉีดเข้าไปในล้อ แรงดันมหาศาลจากปืนทำให้เบ้าโช๊คอัพมีการเสื่อมโทรมได้ น้ำที่ผสมเข้าไปในเบ้าโช๊คอัพอาจจะมีการแข็งในลักษณะอากาศที่เย็นจัด ทำให้เบ้าโช๊คอัพตายได้สุดท้ายการขับรถยนต์ด้วยเบ้าโช๊คอัพที่เสียไปบ่อยจะก่อให้ ตอนล่างรถยนต์เสื่อมสภาพอย่างไว ซึ่งอะไหล่ชิ้นอื่นบางครั้งอาจจะได้รับความเสื่อมโทรมไปด้วย สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาเป็นการไม่สมดุลของรถยนต์ เวลาขับน้ำหนักจะเทไปฝ้ายข้างใดข้างหนึ่งตลอด หากปล่อยไว้นานๆอาการพวกนี้จะยังคงอยู่ แม้ว่าจะแปลงเบ้าโช๊คอัพใหม่มาแล้ว ลมยางที่เหมาะสมเป็นเท่าไร

ทำไมลมยางที่มากไปถึงไม่ดี?คนส่วนมากจะรู้สึกว่า เราควรจะเพิ่มอีกลมยางสูงสุดตามสเกลที่ฝาถังสำหรับใส่น้ำมันรถยนต์แต่ละคันกำหนดไว้ แม้กระนั้นตามความจริง ลมยางที่ยอดเยี่ยมอาจจะไม่ใช่ลมยางที่มากที่สุด เพื่อการขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวล การหาลมยางที่ควรเป็นสิ่งจำเป็นล้นหลาม รถบางคันผู้ผลิตอาจจะกล่าวว่าเราลมยางที่มากที่สุดที่เพิ่มได้เป็น 35 แสดงว่ารถยนต์ปรารถนาลมยาง 35 เพื่อให้รถยนต์สามารถบรรทุกของหนักได้มากที่สุด แต่โดยปกติ ลมยางรถยนต์ที่มากที่สุดเป็น 30-35จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากพวกเราเพิ่มลมยางจนเต็มการเติมลมยางจนกระทั่งเต็ม จะมีผลให้อายุการใช้งานยางต่ำลง เมื่อยางถูกลมดูดเข้าตราบจนกระทั่งเต็ม ดอกยางจะขยายมากจนเกินไปในตอนที่รถกำลังวิ่ง ทำให้เซ็นเตอร์ยางหมดสภาพไวกว่าธรรมดา แล้วก็การเต็มลมยางที่มากอย่างยิ่งยังส่งผลให้ได้โอกาสเกิดยางระเบิดได้ พวกเราควรจะเพิ่มลมยางเยอะแค่ไหนดีผู้ผลิตรถจะ

แนะนำลมยางที่ควรเพิ่มอย่างคร่าวๆผ่านทางสติ๊กเกอร์ที่ติดมากับประตูรถยนต์คู่มือรถยนต์หรือฝาถังน้ำมัน ลมยางที่ชี้นำธรรมดาจะอยู่ระหว่าง 30-35 เลขกลุ่มนี้เป็นตัวบ่งบอกถึงแรงกดดันอากาศอย่างต่ำที่รถยนต์มุ่งหมายใช้เพื่อการประคองตัวรถยนต์ทั้งคัน ฉะนั้นเลขที่เหมาะสมก็เลยขึ้นกับว่าพวกเราบรรทุกของในแต่ละครั้งมากน้อยแค่ไหน ถ้าเกิดบรรทุกล้นหลามลมยางที่ดีควรมากยิ่งกว่ารถยนต์ที่บรรทุกน้อยกว่า หากเราเพิ่มเติมลมยางไปในระดับที่พอดี พวกเราจะขับขี่รถได้อย่างนุ่มนวลเยอะขึ้นเรื่อยๆ ยืดอายุการใช้งานยางเยอะขึ้นเรื่อยๆเมื่อใดพวกเราน่าจะเพิ่มลมยางมีกฎง่ายๆสำหรับเพื่อการเพิ่มลมยางรถยนต์ คือเพิ่มอีกลมยางทุกครั้งที่เติมน้ำมัน เพิ่มลมยางเมื่อใดก็ตามอุณหภูมิแปลงทุก 10 องศาหรือเติมลมยางทุก 30 วัน วันนี้พวกเรามีเรื่องราวที่น่าดึงดูดและก็ควรศึกษาค้นคว้าไว้ สาระที่ว่านี่คือ โช๊คอัพเสื่อมสภาพ หลายคนไม่เคยพินิจหรือเคยเช็คภาวการณ์ด้วยตัวเองกว่าจะรู้กันก็ต่อเมื่อนำรถเช็คภาวะประจำปีหรือบางบุคคลแย่กว่านั้นเป็นไม่รู้เรื่องเลยโดนช่างหลอกให้แปลงดื้อๆก็มีด้วยเหตุนั้นวันนี้เราจะมาชี้แนะการเช็คภาวะโช๊คด้วยตนเองกันในพื้นฐานวิธีการเช็คอาการเสียของโช๊คด้วยตนเอง

1.ไตร่ตรองขณะที่กำลังขับรถยนต์ เป็นการเช็คด้วยความรู้สึกฐานรากเป็นพวกเราจำเป็นต้องรู้จักพิจารณาการกระเทือนของรถยนต์ว่าปรกติหรือเปล่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนจังหวะตอนขึ้นสะพานหรือข้ามเนิน ซึ่งถ้าเกิดโช๊คปกติคนขับขี่และก็ผู้โดยสารจะไม่รู้สึกถึงผู้กระทำระเทือน แม้กระนั้นหากโช๊คมีปัญหาจะรับรู้ได้ว่ามีการกระเทือนมากกว่าปรกติไม่ว่าจะเป็นข้างหน้าหรือด้านหลัง

2.รถยนต์ทรงตัวได้ไม่ดีสักเท่าไหร่ อาการนี้จะสังเกตได้ในขณะขับขี่รถด้วยความเร็วสูงซึ่งภาษารถจะเรียกว่า อาการร่อน เป็นเมื่อเราขับด้วยความเร็วสูงจะเกิดอาการลมปะทะถ้าเกิดโช๊คปกติรถยนต์จะทรงตัวรุ่งโรจน์แล้วก็รู้สึกมั่นคงไม่มีอาการแกว่งไกวหรือร่อนแต่ว่าแม้โช๊คมีปัญหาจะรู้สึกได้ว่ารถไม่นิ่ง ซึ่งค่อนจะอันตรายพอเหมาะพอควรอย่างยิ่งจริงๆ

3.อาการโยก อาการนี้จะพินิจพิจารณาได้เวลาที่เราออกสตาร์ทเขยื้อนรถยนต์ซึ่งถ้าเกิดมีลักษณะหน้ารถยนต์ลอยหรือเชิดแตกต่างจากปรกติโน่นคือโช๊คมีอาการผิดปรกติแล้วแล้วก็หากเมื่อพวกเราเบรกรถเวลาที่ความเร็วไม่สูงหรือขับมาเฉื่อยๆแล้วเหยียบเบรกธรรมดาถ้าเกิดขณะเบรกรถมีลักษณะหน้าทิ่มแทงโน่นเป็นอาก

การเช็คสภาวะโช๊คด้วยตัวเองในฐานรากดังต่อไปนี้

1.เช็คภาวะโช๊คโดยผู้กระทำดรถยนต์ด้านหน้าแล้วปลดปล่อย แม้ตัวมีลักษณะเด้งขึ้นลงหลายๆครั้งมีความหมายว่าโช๊คเรื่องมีการหมดสภาพแล้ว หากโช๊คยังดีอยู่เมื่อได้รับกดจะยุบตัวรวมทั้งคืนตัวเป็นระดับปกติในทันที จะไม่มีผู้กระทำระกระเด้งขึ้นลงบ่อย

2. มุดใต้ท้องรถยนต์เพื่อตรวจรอยรั่ว ของน้ำมันรอบๆซีลโช๊ค ถ้าหากพบว่ามีรอยเปื้อนน้ำมันเปรอะเปื้อนรอบๆที่แกนโช๊แสดงว่ามีการรั่วซึมเกิดขึ้นจำต้องเข้าอู่เพื่อเช็คอาการทันที

3. สังเกตดูแม้โช๊คผิดแบบทรง ตัวอย่างเช่น ตัวโช๊อัพมีรอยบุ๋มหรือพบว่า มีการเหยเกของกระบอกโช๊ค หรือแกนโช๊คมีอาการงอก็ควรจะเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน

4. หมั่นตรวจสอบดอกยาง หากพบว่าหน้ายางสึกไม่เรียบ รวมทั้งหน้ายางมีลักษณะสึกเป็นบั้งๆหรือทดลองเอามือคลำหน้ายางด้านหนึ่งเรียบ แต่ถ้าหากลูบคลำย้อนไปจะรู้สึกสะดุดหมายถึงอาการที่เจาะจงได้ว่าโช๊คมีปัญหาแล้ว

5. เช็คสภาพโช๊คภายหลังจากหยุดรถยนต์ และก็ปิดเครื่องแล้ว ให้ใช้มือใส่เข้าไปสัมผัสที่กระบอกโช๊ค ถ้าหากพบว่ากระบอกโช๊คมีความร้อน โน่นเป็นอาการธรรมดาแล้วก็ยังสามารถใช้งานได้อยู่ แม้กระนั้นถ้าหากมีอุณหภูมิปกติเป็นไม่ร้อน ให้สงสัยได้เลยมีความหมายว่าโช๊คดำเนินการผิดปรกติ เนื่องจากตามหลักทฤษฎีจัดการนั้นในแขนเบอกโช๊คจะมีความหนืดของน้ำมันเพื่อสร้างแรงเสียดทานควบคุมคอยล์สปริงเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้รถยนต์กระดอนมากก็เลยกำเนิดความร้อน จากที่กล่าวมาทั้งสิ้นพวกเราทำได้ด้วยตนเองเพื่อนพ้องๆทดลองเช็คกันมองนะว่าโช๊ครถยนต์เรายังธรรมดาอยู่ไหมหากแตกต่างจากปรกติชี้นำให้แปลงใหม่จะดียิ่งกว่า

“โช้คอัพ” เป็นเครื่องใช้ไม้สอยสำคัญที่ช่วยรองรับแรงชน ลดแรงสะเทือนของรถยนต์ รอหน่วงการเคลื่อนที่ขึ้นลงของตอนล่าง-ตัวถัง ช่วยการเลี้ยงตัวของรถยนต์ และซับการกระตุกของสปริงทำให้การรถยนต์เด้ง ขึ้น-ลง ของรถยนต์เป็นไปอย่างนุ่มนวล ลองดูกันว่าโช้คอัพที่คุณใช้เป็นแบบไหน รวมทั้งอาการรถยนต์ยังไงถึงจำต้องแปลงโช้คอัพ

โช้คอัพมีอยู่ 2 ระบบ

1.โช้คอัพระบบ “น้ำมัน” เป็นการทำงานด้วยระบบไฮดรอคอยลิค ในขณะที่ดำเนินงานน้ำมันไฮดรอลิคจะไหลผ่านวาล์วข้างในลูกสูบ มีการควบคุมวาล์วอยู่ 3 ระดับ โดยทำงานของวาล์วจังหวะแรก BLEED จะส่งผลต่อการขับขี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอัตราความเร็วต่ำ ส่วนวาล์วควบคุมน้ำมันระดับลำดับที่สอง BLOW OFF จะควบคุมสมรรถนะสำหรับเพื่อการขับรถในอัตราความเร็วธรรมดา และก็วาล์วควบคุมน้ำมันระดับลำดับที่สาม ORIFICE วาล์วจะจัดการในขณะแกนโช้คเคลื่อนตอนที่รถยนต์ใช้ความเร็วสูง

2.โช้คอัพระบบ “ก๊าซ” โช้คอัพก๊าซแรงกดดันต่ำ (LOW-PRESSURE GAS SHOCK ABSORBER) โช้คอัพก๊าซแบบงี้ จะมีลักษณะเสมอเหมือนโช้คอัพไฮดคอยลิคธรรมดา แต่มีก๊าซไนโตรเจน (NITROGEN GAS) บรรจุเข้าไปส่วนบนของส้วมมันสำรองแรงกดดันราวๆ 142 – 213 ปอนด์/ ตารางนิ้ว โช้คอัพก๊าซแรงกดดันสูง (HI-PRESSURE GAS SHOCK ABSORBER) มีลักษณะไม่เหมือนกับโช้คอัพแรงดันต่ำเป็น ส่วนประกอบภายในตัวของโช้คอัพจะมีน้ำมันเพียงแค่ห้องเดียวไม่มีห้องน้ำมันสำรอง ด้านในกระบอกสูบจะใส่น้ำมันไฮดรอคอยลิคไว้ข้างบน รวมทั้งจะอัดแก๊สไนโตรเจนไว้ด้านล่าง คร่าวๆ 284-427 ปอนด์/ ตารางนิ้ว

อาการรถยนต์แบบไหนจำต้องแปลงโช้คอัพ

1. ซีลน้ำมันโช้คอัพรั่ว (จะมีน้ำมันไหลออกมา)
2. โช้คอัพ คด งอ ผิดแบบทรง
3. รถยนต์กระเด้งกระด้างกว่าปกติ
4. โช้คมีอาการโยนตัวมาก ภายหลังตกหลุม
5. โช้คอัพเสื่อมสภาพ (ใช้งานเกิน 100,000 กม. หรือ 5 ปี) เรื่องโช้คอัพอาจดูซีเรียสแม้กระนั้นไม่ยากเกินที่จะเข้าใจ โช้คทั้ง 2 แบบมี ข้อดี/ข้อเสีย ต่างๆนาๆรวมถึง งบประมาณค่ายังชีพ ธรรมดาโช้คอัพรถยนต์ที่ติดมากับรถยนต์วิศวกรได้คำนวณออกแบบมาให้เหมาะสมกับลักษณะรถยนต์แต่ละรุ่นแล้ว ถ้าหากมิได้เสียหายหรือหมดอายุใช้งานก็ใช้โช้คเดิมนั่นแหละไม่ต้องแปลงใหม่อายุการใช้งานของ

“โช๊คอัพ”อุปกรณ์เมื่อถูกใช้งานไปตลอดเวลาย่อมสลายตัวด้อยความสามารถลงเรื่อยโช๊คอัพที่ติดในรถยนต์ของคุณก็เหมือนกัน อายุการใช้งานของโช๊คอัพอเพียงยู่คร่าวๆ 3 ปี คำนวนเป็นระยะทาง 50,000 – 100,000 กิโล จำนวนที่บอกมานั้นการประเมินคร่าวๆเพียงแค่นั้นเนื่องจากว่าสิ่งของที่มีความจำเป็นที่สุดก็คือ ความประพฤติปฏิบัติการขับขี่ของแต่ละบุคคลที่ต่างกัน ถึงโช๊คอัพจะแก่การใช้งานโดยประมาณ 3 ปี แต่ผู้ใช้รถยนต์ก็ควรนำรถยนต์เข้าเช็คระยะตามที่มีการกำหนดเสมอ เพื่อให้มีความปลอดภัยสำหรับการขับขี่รถของ ตัวคุณเองอาการเปลี่ยนไปจากปกติของโช๊คอัพที่ต้องเฝ้าระวังการหยืดหยุ่นและจากนั้นก็การโต้ตอบของโช๊คไม่ดังเดิม บอกกันง่ายๆเป็น ลูกสูบฝืด จังหวะยุบตัวคายตัวติดหรือสะดุด การขับขี่ที่แตกต่างจากเดิม เช่น ควบคุมรถยากขึ้น เข้าโค้งจะโคลงเคลง ย้วย ควรจะรีบนำรถยนต์เข้าเช็คที่ศูนย์บริการโดยเร่งด่วน

โช๊คอัพรถยนต์ เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อรถสำหรับการช่วยรองรับแรงชนให้กับรถยนต์ได้สำหรับเพื่อการขับขี่รถ แล้วก็ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของรถยนต์ ทำให้แนวทางการทำงานของช่วงล่างเกิดความอ่อนนุ่มสบายสำหรับเพื่อการขับขี่รถ แล้วก็ ช่วยในการทรงตัวของรถ โช๊คอัพ (Shock Absorber) มีหน้าที่ช่วยควบคุมการดีดตัวของสปริง แหนบ หรือตอนล่างให้คล้ายไปกับสภาพการณ์ของพื้นถนนตอนที่รถวิ่ง จะช่วยลดการเสียดสีและก็การร่อยหรอของยาง ไปจนกระทั่งอะไหล่ช่วงล่าง โดยเฉพาะลูกหมาก ระบบกันสะเทือน ตลอดจนช่วยทำให้รถยนต์เกาะหนทางรุ่งเรืองขณะเข้าโค้งได้รอยรั่วของน้ำมันบริเวณแกนโช๊คอัพ – มองรอยน้ำมันที่เกิดขึ้นรอบๆแกนโช๊คอัพ แปลว่าโช๊คอัพกำลังจะพังทลายแล้ว รีบให้ช่างตรวจสอบในทันทีทันใดใคร่ครวญลักษณะของรถในขณะออกตัวรวมถึงเบรก- ตอนออกตัวรถยนต์ด้วยความเร็ว แล้วหน้ารถเชิดขึ้น แล้วก็ตอนเบรกที่ใช้ความเร็วต่ำหน้ารถกลับทิ่มแทงลงใน ห้องโดยสารมีการสะเทือนมากกว่าธรรมดา – รถยนต์มีลักษณะอาการกระดอนขึ้น กระดอนลง เวลาขับบนทางตะปุ่มตะป่ำ หรือเจอลูกระนาด

กลับหน้าหลัก